ส่องหุ้น MAKRO จะมีผลต่อ CPALL มากน้อยเพียงใด

ส่องหุ้น MAKRO จะมีผลต่อ CPALL มากน้อยเพียงใด

โบรกเกอร์มองหุ้น MAKRO ในมุมมองบวกมากขึ้น หลังยอดขายต่อสาขาเดิมเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว เมื่อเทียบกับในไตรมาส 2/63 ที่ผ่านมา โดยประเมินหากผลประกอบการครึ่งปีหลังทำได้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามที่ผู้บริหารคาดการณ์ไว้ ก็จะเกิด upside ประเมาณ 1-3% หรือมีผลต่อราคาเป้าหมายของ MAKRO ประมาณ 2 บาทต่อหุ้น ขณะที่ CPALL ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มองว่าUpside ที่เกิดขึ้นดังกล่าว จะไม่มีผลอย่างเป็นนัยสำคัญ

บล.โนมูระ พัฒนสิน ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO หลังจากที่ประชุมร่วมกับผู้บริหาร ซึ่งข้อมูลที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นโทนบวกต่อการฟื้นตัวของผลดำเนินงานในครึ่งปีหลัง
โดยการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมหรือ SSSG ในประเทศ ภายในเดือน ก.ค.บวก 3.5% จากที่ติดลบ 3.6% ในไตรมาส 2/63 ซึ่งที่เติบโตหลักๆ มาจากกลุ่มลูกค้าที่ยังโตดีคือลูกค้าครัวเรือนและร้านค้าขนาดเล็ก ในขณะที่สาขาในต่างประเทศก็เริ่มสัญญาณขาดทุนลดลงต่อเนื่อง หลังที่ผ่านมาผู้บริหารพยายามเน้นเข้าเพิ่ม Productivityในการขายและคุมการดำเนินงานที่เข้มงวดขึ้น

ทั้งนี้มีเพียงธุรกิจค้าอาหารสดที่ยังดูไม่สดใสนัก เพราะถูกกดดันจากภาวะการท่องเที่ยวที่ซบเซาหนักทั่วโลก โดยผู้บริหารประเมินรายได้รวมในครึ่งปีหลังเพียงประคองตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งหากทำได้จริง ประมาณการรายได้และกำไรของฝ่ายวิจัยโนมูระ พัฒนสินปีนี้มีโอกาสเกิด upside เล็กน้อยประมาณ 1-3% หรือมีผลต่อราคาเป้าหมาย + 2บาทต่อหุ้น จากราคาเป้าหมายที่ประเมินไว้ที่ 39 บาทต่อหุ้น

ในขณะที่ราคาหุ้นช่วงเดือนที่ผ่านมาปรับลงมาจนมีส่วนต่างจากราคาเป้าหมายที่ประเมินไว้ที่ 39 บาทต่อหุ้น โดยส่วนต่างแคบลง ดังนั้นจึง

ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น neutral จาก Reduce เพราะมองบวกมากขึ้นต่อการฟื้นตัวของ SSSG

**มุมมองต่อ CPALL

ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำซื้อเก็งกำไรในหุ้น CPALL โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 75 บาทต่อหุ้น ซึ่งมองว่า upside ที่จะเกิดกับ MAKRO จะไม่มีผลต่อ CPALL อย่างมีนัยสำคัญ เพราะมีผลเพียง 0.3% ถึง 1% ของประมาณการกำไร CPALL ฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าผลดำเนินงานครึ่งปีหลังของ CPALL จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป

ในขณะที่ประเมินราคาหุ้น CPALL ที่อ่อนตัวลงในช่วงตั้งแต่หลังประกาศงบ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงตัวทางการเงินที่จะเร่งตัวขึ้น หลังปัจจุบัน กลุ่ม CP อยู่ในขั้นตอนการรอการพิจารณาของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เกี่ยวกับดีลการซื้อเทสโก้ คาดมีข้อสรุปปลายปีนี้

ซึ่งตามแผน CPALL ต้องเตรียมจัดหาเงินเพื่อชำระดีลซื้อเทสโก้ตามสัดส่วนราว 3.0 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นราว 9.5 หมื่นล้านบาท ดังนั้นหากนักลงทุนรายใดที่กังวลเรื่องฐานะการเงิน
แนะนำรอความขัดเจนเกี่ยวกับแผนระดมเงินก่อน แต่หากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงดังกล่าวได้แนะนำทยอยสะสมหุ้น เนื่องจากเชื่อว่า CPALL ยังมีทางเลือกในการจัดหาเงินทางอื่น เช่น ออก perpetual bond หรือลดสัดส่วนการถือหุ้น MAKRO ที่ถืออยู่ 93%

 

Recent Articles

7UP บวกอีก 5% นิวไฮรอบ 13 เดือน รับแผนลุยธุรกิจสาธารณูปโภค-ลุ้นกำไรปี 63 โตเด่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP ณ เวลา 11.29 น. อยู่ที่ระดับ 0.56 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 5.66% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 83.42...

HSI เปิดลบ 191.47 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดแดนลบเช้านี้ โดยปรับตัวลงตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย รวมทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดวันนี้ที่ 27,281.34 จุด ลดลง 191.47 จุด หรือ -0.69% ติดตามทุกเรื่องราว >>> tradestock24<<< ได้ที่นี่ ติดตามข่าวอื่น ๆ >>>> goalclubs <<<< ติดตามข่าวอื่น ๆ >>>> soccerlivescore <<<< ติดตามข่าวอื่น...

BCP บวกแรง 8% นิวไฮรอบ 9 เดือน รับแผน 5 ปี ผุดปั๊มแตะ 1,400 แห่ง ฟากราคายังต่ำบุ๊ก!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ณ เวลา 10.32 มน. อยู่ที่ระดับ 24.00 บาท บวก 1.80 บาท หรือ 8.11%ด้วยมูลค่าซื้อขาย 252.05 ล้านบาท ราคาหุ้นปรับตัวแรงในรอบ 9...

หุ้นต่ำสิบ…ตัวไหนน่าลงทุน?

สำหรับนักลงทุนรายย่อย บางคนอาจจะชอบหาหุ้นราคาไม่แพง เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่มาก และอัตราทดสูง แปลว่า..การขยับของราคาหุ้นแต่ละช่องจะมีเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงมาก ( %Change ) ทำให้เราสามารถทำกำไรได้เยอะกว่าหุ้นตัวที่ราคาสูงๆ แต่ในทางกลับกัน หากผิดคาดก็จะขาดทุนเยอะเช่นกัน จากในตัวอย่าง จะเห็นว่าที่ราคาหุ้น  1, 2, 5 หรือ 10 บาท ถ้าราคาหุ้นขยับขึ้น 5 ช่อง เราจะได้กำไรถึง 5%...

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ฟื้นตัวต่อเนื่องรับโครงสร้างขนส่งไทยที่ยังมีข้อจำกัดในการเดินทาง นอกจากนี้แนวโน้มผู้ใช้ทางด่วนฟื้นตัวดีต่อเนื่อง อาจฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติในไตรมาส 4/2563 โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1) บริษัทเผยว่าจำนวนผู้ใช้บริการทางด่วนมีการฟื้นตัวดีอย่างต่อเนื่อง โดยคาดเห็นการกลับสู่ระดับปกติอย่างเร็วสุดในเดือน ส.ค.นี้ ขณะที่จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้ายังต้องใช้เวลา โดยอาจเห็นการกลับสู่ระดับปกติภายในสิ้นปี 2563 2) บริษัทยังคงมีความมั่นใจว่าจะชนะประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีกำหนดยื่นซอง 23 ก.ย.นี้ ซึ่งบริษัทมองว่าไม่มีปัญหาเรื่องการระดมทุนเนื่องจากภาครัฐจะ subsidize ค่างานก่อสร้างโยธาจำนวน 9.6...

Related Stories

Leave A Reply

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay on op - Ge the daily news in your inbox