หลัง COVID-19 หุ้นกลุ่มไหนโดดเด่น

หลัง COVID-19 หุ้นกลุ่มไหนโดดเด่น

หลัง COVID-19

หลัง COVID-19

1) กลุ่มโรงพยาบาล: เชื่อได้เลยว่าวิกฤติ COVID-19 ครั้งนี้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเรามีสาธารณสุข แพทย์และบุคคลากรทางการแพทย์ที่เป็นหนึ่งไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งจะทำให้คนไข้ต่างชาติมีโอกาสเข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากและเพิ่มขึ้นอีกจากหลายประเทศหลังจบวิกฤติ COVID-19

อีกทั้งคู่แข่งด้านนี้ของโรงพยาบาลไทยเช่นประเทศสิงค์โปร์ ที่เน้นความเป็นพรีเมี่ยมมากกว่าเรา หรือประเทศอินเดียที่เน้นถูกกว่าเรา ควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ไม่ดีเท่าไทย โดยหุ้นที่โดดเด่นเห็นจะหนีไม่พ้น BDMS และ BH โดย BH นั้นจะเน้นคนไข้ต่างชาติมากกว่า ส่วน MEGA จะเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากที่คนไทยและคนทั่วโลกหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น

2) กลุ่มท่องเที่ยว: คนไทยได้รับการยอมรับในการร่วมมือทั้งใส่หน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ได้ดี อีกทั้งประเทศไทยมีที่มีน้ำใจ และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้มีโอกาสที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นเรายังมีโอกาสรับนักท่องเที่ยวประเภท long stay หรือประเภทที่ต้องการเข้ามาใช้ชีวิตเกษียณที่ไทยมากขึ้นอีก นี่เป็นโอกาสที่รัฐบาลน่าจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ หุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มนี้คือ AOT MINT CENTEL ERW วิกฤติครั้งนี้โรงแรมขนาดกลางและเล็กจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้โรงแรมใหญ่และสายป่านยาวที่อยู่รอดวิกฤตินี้ได้จะได้ประโยชน์

3) กล่ม ICT: แน่นอนการ Work from Home และ Shopping from Home (อันหลังนี้คนไทยชอบมากกว่า) หรือการทำธุรกรรมต่างๆ จะผ่าน Online มากขึ้น จริงๆ การ Online จะประหยัดมากกว่าการทำ Offline อย่างเห็นได้ชัด เพียแต่วิกฤติ COVID-19 ครั้งนี้ไปเร่งให้ผู้ประกอบการ ประชาชน ได้เข้าไปทำความคุ้นเคยกับการทำ Online มากขึ้นและเร็วขึ้น

ซึ่งแน่นอนต้องใช้ปริมาณเนตมากเป็นเงาตามตัว นี่ยังไม่นับรวมที่โลกเราจะเร่งให้กระบวนการใช้ Digital Currency เร็วขึ้นอีก หุ้นที่ได้ประโยชน์ในกลุ่มนี้คือ ADVANC INTUCH DTAC และ TRUE แต่ผมชอบสองตัวแรกมากกว่า ส่วนหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีที่แท้จริงของประเทศไทยไม่ค่อยเห็นจริงๆ

4) กลุ่มสินค้าจำเป็น: พิสูจน์อย่างชัดเจนแล้วว่าเวลาเกิดวิกฤติและมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจ กลุ่มที่ค้าขายสินค้าจำเป็นจะสามารถอยู่รอดได้ เพราะคนเราจะเลือกที่จะลดสินค้าฟุ่มเฟื่อย ไม่ว่าจะซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือซื้อแกดเจตต่างๆ

แต่สินค้าจำเป็นยังไงก็ต้องใช้ต้อกิน โดยหุ้นในกลุ่มนี้ที่ผมชอบประกอบไปด้วย CPALL และ RATCH หรืออาจเป็นหุ้น BEM หรือ BTS ที่ยังมีความจำเป็นต่อการเดินทาง เพียงแต่ระยะสั้นได้รับผลกระทบเท่านั้นเอง

5) กองทุนหุ้นต่างประเทศ: วิกฤติครั้งนี้ทำให้เรารู้จักการกระจายความเสี่ยงมีความสำคัญมากเท่าไร เพราะการลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์เดียวถือว่าเป็นความเสี่ยง ดังนั้นอยากให้นักลงทุนลองใช้เวลาศึกษากองทุนต่างประเทศบ้าง หากเป็นกองหุ้นลองศึกษาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลก หุ้นกลุ่ม Healthcare โลก

หรือถ้าเป็นกองทุนหุ้นแยกตามประเทศ อาจมองไปที่กองทุนหุ้นจีน ที่อาจเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกในอนาคต หรือกองทุนประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่ยังมีโอกาสการเติบโตที่สูงในอนาคต

การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น และผมไม่ได้หมายถึงหุ้นกลุ่มอื่นๆ ไม่น่าสนใจ เพียงแต่ผมพูดถึงกลุ่มที่เห็นได้ชัดจากวิกฤติ COVID-19

ปล, ฝากรัฐบาลคิดถึงเรื่องการเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างจริงจัง เพราะหากมีรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนจะทำให้โรงพยาบาล โรงแรมและสายการบิน (โดยเฉพาะการบินไทย) มีแพกเกจสำหรับคนต่างชาติที่น่าสนใจมากขึ้นครับ

กวี ชูกิจเกษม

Recent Articles

หุ้นไทยวันที่ 25 กันยายน ดัชนี 1,254 จุด เปิดตลาด +6.37 จุด

หุ้นไทยวันที่ 25 กันยายน ดัชนี SET Index เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,253.83 จุด ปรับขึ้น +6.37 จุด หรือคิดเป็น +0.51% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 2,338 ล้านบาท เมื่อเวลา 10:01:36 น. ดัชนี SET50 ล่าสุดปรับขึ้น +4.89...

หุ้นนอนแบงก์ ในวันที่ SCB เขย่าตลาด!

หุ้นนอนแบงก์ (Non-Bank) กอดคอร่วงยกแผง หลัง SCB ประกาศรุกสินเชื่อรายย่อย ขณะที่โบรกฯหวั่นตลาดแข่งเดือดขึ้น ฉุดสินเชื่อโตต่ำกว่าคาด แต่มองการมาของ SCB ยังไม่ส่งผลกระทบช่วง 1-2 ปีนี้ ชี้เป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นสินเชื่อ หลังราคาหุ้นร่วงยกแผงจากความกังวลดังกล่าว คาดงบปลายปีฟื้น - กำไรปี 65 ยังโตแจ่ม! SCB รุกสินเชื่อฉุด หุ้นนอนแบงก์ ร่วงยกแผง กลายเป็นกระแสข่าวร้อนแรงขึ้นมาทันที หลังธนาคารไทยพาณิชย์...

KCE พุ่งแรงสวน SET

KCE พุ่งแรงสวน SET ปิดลบ 10.55 จุดอ่อนดันกำไรสู่จุดพีค KCE ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 8.28% สวนทาง SET ปิดลบ 10.55 จุด คาดรับปัจจัยหนุนบาทอ่อน – ต้นทุนวัตถุดิบลดลง ด้านโบรกฯ ประเมินกำไรโค้งสามยังโตแรงไม่เลิก เหตุธุรกิจเข้าไฮซีซั่น บาทอ่อนช่วยหนุน ส่วนจุดพีค รออยู่ไตรมาสสุดท้ายของปี กูรูเลือกเป็น Top...

BCH จุดพีคใกล้มาถึง

BCH ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.65% คาดรับปัจจัยหนุน BCH ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.65% คาดรับปัจจัยหนุน จ่อรับมอบวัคซีนโมเดอร์นา ต.ค.นี้ ขณะที่โบรกฯ ประเมินกำไร Q3/64 ที่ 1.8 - 2 พันลบ. เป็นจุดพีคของปีนี้ ก่อนไตรมาสสุดท้ายกำไรเริ่มหดตัว หลังโควิดเริ่มคลี่คลาย ฉุดยอดบริการลดลง คาดกำไรปี 65 กลับสู่ภาวะปกติราว...

ภาพเศรษฐกิจ และมุมการลงทุน ปลายปี 2021

เรากำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 จะขอฉาย ภาพเศรษฐกิจ ของภูมิภาคหลักของโลกและมุมมองการลงทุนโดยรวม เรากำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 บทความนี้ จะขอฉายภาพเศรษฐกิจของภูมิภาคหลักของโลกและมุมมองการลงทุนโดยรวม ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ดังนี้ ความเป็นไปของฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว (DM): ธนาคารกลางสหรัฐ: เฟดมีแนวโน้มจะเริ่มลดการซื้อพันธบัตรหรือทำ QE Taper ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งถือว่าเร็วกว่าคาดเล็กน้อย โดยที่น่าจะใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือนจนสิ้นสุด QE ของรอบนี้ ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 3...

Related Stories

Leave A Reply

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay on op - Ge the daily news in your inbox