4 แนวทางผลักดันเศรษฐกิจ ในปี 2565

4 แนวทางผลักดันเศรษฐกิจประเทศโตแบบท้าทาย 6-8% ในปี 2565

ในเดือนกันยายนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น กอปรกับการกระจายวัคซีนมีแนวโน้มที่ดีขึ้นมาก จำนวนผู้ติดเชื้อผ่านจุด peak ไปแล้ว จำนวนโรงพยาบาลสนามและกลไก Community และ Home Isolation โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของกลุ่มจิตอาสาต่างๆ เริ่มทำงานได้ดีขึ้น จนนำไปสู่การผ่อนคลายการ Lock-down

ว่าทำอย่างไรเศรษฐกิจไทยจึงจะเติบโต 6-8%

ประการแรก ภาครัฐต้องส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วนมองเห็นเป้าหมายดังกล่าว ด้วยการเพิ่มกระสุนนโยบายการคลังโดยปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจากเดิมที่ 60% เป็น 70-80% ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกราว 0.7-1.5 ล้านล้านบาท ช่วยเสริมรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ที่มีเม็ดเงินลดลงเกือบ 2 แสนล้านบาทเมื่อเทียบกับงบประมาณปี 2564

ประการที่สอง เร่งกระบวนการปฏิรูปกฎหมาย ทบทวนกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกระบวนงานที่เกี่ยวกับการอนุญาต ซึ่งจากการศึกษาของ TDRI พบว่ามีอยู่มากถึงราว 1,000 กระบวนงาน จาก 16 กระทรวง 47 กรม และที่น่าตกใจคือ 85% ของกระบวนการเหล่านั้นเกิดจากกฎ ระเบียบ ที่ไม่จำเป็น หรือล้าสมัย แม้จะมีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงปัจจุบันมีเพียง 200-300 กระบวนงานเท่านั้นที่หน่วยงานรัฐที่เป็นเจ้าของกระบวนงานดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ

ประการที่สาม สร้าง mindset ในการอยู่ร่วมกับโควิด-19 เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้ด้วยวัคซีน และกล้าที่จะกลับมาใช้จ่ายและลงทุน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2565 ภาครัฐควรสนับสนุนให้การท่องเที่ยวในประเทศเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่มีผลบวกต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานสูง

ประการที่สี่ สนับสนุนให้ธุรกิจส่งออกเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลกที่ยังมีแนวโน้มเติบโตสูงอีกปี โดย IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะยังเติบโตได้ 4.9% ในปี 2565 ขณะที่ปริมาณการค้าโลกเติบโตได้ถึง 7% ซึ่งสูงกว่าภาวะการค้าโลกปี 2561-62 ก่อนเกิดโควิด-19 ราว 3 เท่า การส่งออกของไทยจึงยังมีโอกาสเติบโต ซึ่งกกร. คาดว่าการส่งออกจะขยายตัว 12-14% ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐให้การสนับสนุนภาคธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้ง ยังต้องติดตาม 3 สถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด คือ 1) ค่าระวางเรือที่ยังสูงต่อเนื่องซึ่งอาจทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ 2) การขาดแคลนชิปที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของหลายสินค้าอุตสาหกรรม และ 3) เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มการปรับทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ

เชื่อมั่นว่าทำได้ เร่งระดมสรรพกำลังและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ไปตรงจุด ตรงประเด็น ไม่ซ้ำซ้อน มีวินัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ การผลักดันแบบเล็งผลไปที่การเติบโต 6-8% ผสมผสานกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนให้กับลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 เชื่อว่าจะลดความบอบช้ำของทุกภาคส่วน สามารถอ่านเพิ่มได้ที่ tradestock24.com

ติดตามข่าวสารอื่นๆ >>> http://ufalek.net/

Recent Articles

หุ้นไทยวันที่ 25 กันยายน ดัชนี 1,254 จุด เปิดตลาด +6.37 จุด

หุ้นไทยวันที่ 25 กันยายน ดัชนี SET Index เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,253.83 จุด ปรับขึ้น +6.37 จุด หรือคิดเป็น +0.51% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 2,338 ล้านบาท เมื่อเวลา 10:01:36 น. ดัชนี SET50 ล่าสุดปรับขึ้น +4.89...

หุ้นนอนแบงก์ ในวันที่ SCB เขย่าตลาด!

หุ้นนอนแบงก์ (Non-Bank) กอดคอร่วงยกแผง หลัง SCB ประกาศรุกสินเชื่อรายย่อย ขณะที่โบรกฯหวั่นตลาดแข่งเดือดขึ้น ฉุดสินเชื่อโตต่ำกว่าคาด แต่มองการมาของ SCB ยังไม่ส่งผลกระทบช่วง 1-2 ปีนี้ ชี้เป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นสินเชื่อ หลังราคาหุ้นร่วงยกแผงจากความกังวลดังกล่าว คาดงบปลายปีฟื้น - กำไรปี 65 ยังโตแจ่ม! SCB รุกสินเชื่อฉุด หุ้นนอนแบงก์ ร่วงยกแผง กลายเป็นกระแสข่าวร้อนแรงขึ้นมาทันที หลังธนาคารไทยพาณิชย์...

KCE พุ่งแรงสวน SET

KCE พุ่งแรงสวน SET ปิดลบ 10.55 จุดอ่อนดันกำไรสู่จุดพีค KCE ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 8.28% สวนทาง SET ปิดลบ 10.55 จุด คาดรับปัจจัยหนุนบาทอ่อน – ต้นทุนวัตถุดิบลดลง ด้านโบรกฯ ประเมินกำไรโค้งสามยังโตแรงไม่เลิก เหตุธุรกิจเข้าไฮซีซั่น บาทอ่อนช่วยหนุน ส่วนจุดพีค รออยู่ไตรมาสสุดท้ายของปี กูรูเลือกเป็น Top...

BCH จุดพีคใกล้มาถึง

BCH ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.65% คาดรับปัจจัยหนุน BCH ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.65% คาดรับปัจจัยหนุน จ่อรับมอบวัคซีนโมเดอร์นา ต.ค.นี้ ขณะที่โบรกฯ ประเมินกำไร Q3/64 ที่ 1.8 - 2 พันลบ. เป็นจุดพีคของปีนี้ ก่อนไตรมาสสุดท้ายกำไรเริ่มหดตัว หลังโควิดเริ่มคลี่คลาย ฉุดยอดบริการลดลง คาดกำไรปี 65 กลับสู่ภาวะปกติราว...

ภาพเศรษฐกิจ และมุมการลงทุน ปลายปี 2021

เรากำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 จะขอฉาย ภาพเศรษฐกิจ ของภูมิภาคหลักของโลกและมุมมองการลงทุนโดยรวม เรากำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 บทความนี้ จะขอฉายภาพเศรษฐกิจของภูมิภาคหลักของโลกและมุมมองการลงทุนโดยรวม ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ดังนี้ ความเป็นไปของฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว (DM): ธนาคารกลางสหรัฐ: เฟดมีแนวโน้มจะเริ่มลดการซื้อพันธบัตรหรือทำ QE Taper ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งถือว่าเร็วกว่าคาดเล็กน้อย โดยที่น่าจะใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือนจนสิ้นสุด QE ของรอบนี้ ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 3...

Related Stories

Leave A Reply

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay on op - Ge the daily news in your inbox