NOK ประกาศยกเลิกกิจการ นกสกู๊ต รับแบกขาดทุนไม่ไหว – โควิดกดดันซ้ำ

NOK ประกาศยกเลิกกิจการ นกสกู๊ต รับแบกขาดทุนไม่ไหว – โควิดกดดันซ้ำ

NOK ประกาศยกเลิกกิจการ นกสกู๊ต

NOK ประกาศยกเลิกกิจการ นกสกู๊ต หลังขาดทุนต่อเนื่อง – โควิดเล่นงานซ้ำ ย้ำไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท หยุดเส้นทางบินจีน – ไต้หวัน – ญี่ปุ่น-อินเดียทั้งหมด ฝั่ง “สกู๊ต” แจงเสนอขายหุ้น 49% ให้ NOK แล้วแต่ถูกปฏิเสธ

NOK ยืนยันบินตามปกติ

บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 ได้มีมติรับทราบการเลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด โดยมีบริษัท นกมั่งคั่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49.65 ของทุนจดทะเบียน หรือคิดเป็น 1,470 ล้านบาท

เนื่องจากบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานอีกด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ครั้งที่ 4/2563 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 ได้กำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เพื่อเสนอต่อที่ประชุมให้พิจารณาอนุมัติการเลิกกิจการและการชำระบัญชีต่อไป

ทั้งนี้ บริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด มีส่วนของผู้ถือหุ้นขาดทุนเกินทุน มีทรัพย์สินและสัดส่วนรายได้เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 37.16 และ 37.10 ของบริษัทฯ ในปี 2562 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การเลิกกิจการของบริษัทสายการบิน นกสกู๊ต จำกัด นั้นไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินของบริษัท

สำหรับการดำเนินธุรกิจต่อไปนั้น เส้นทางที่เป็นสิทธิการบินที่บริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด มีอยู่นั้นจะหยุดให้ดำเนินการในเส้นทางบินจีน ได้แก่ นานจิง ชิงเต่า เทียนจิน เฉินหยาง เส้นทางบินไต้หวัน ได้แก่ ไทเป เส้นทางบินญี่ปุ่น ได้แก่ นาริตะ โอซาก้า ซัปโปโร และเส้นทางบินอินเดีย ได้แก่ เดลลี เส้นทางบินเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบในการดำเนินธุรกิจของบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อมแต่อย่างใด

ในส่วนของบริษัทฯ นั้น ยังคงให้บริการในเส้นทางบินในประเทศเป็นหลัก และเส้นทางบินระหว่างประเทศที่มีสิทธิการบินเป็นของตนเอง ได้แก่ เส้นทางบินพม่า ได้แก่ ย่างกุ้ง เส้นทางบินเวียดนาม ได้แก่ โฮจิมินห์ และเส้นทางบินญี่ปุ่น ได้แก่ ฮิโรชิม่า และบริษัทฯ จะแจ้งการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ให้ทราบต่อไป

“สกู๊ต” แจงเสนอขายหุ้น 49% ให้ NOK แล้วแต่ถูกปฏิเสธ

ทางด้านสายการบินสกู๊ตซึ่งเป็นเจ้าของ 49% ของสายการบินนกสกู๊ต ได้ออกหนังสือ ขอแสดงความเสียใจในการประกาศว่าคณะกรรมการของสายการบินนกสกู๊ตได้มีมติในวันนี้ที่จะขอยุติกิจการของสายการบิน ผู้ถือหุ้นของสายการบินนกสกู๊ตจะพิจารณาตามมติเดียวกันนี้ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่จะมีขึ้นในอีกประมาณ 14 วัน

สายการบินนกสกู๊ตซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างสายการบินสกู๊ตและสายการบินนกแอร์ของประเทศไทย ไม่สามารถทำกำไรได้ทั้งปีนับตั้งแต่ที่สายการบินได้ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2557 โดยปัจจัยส่วนใหญ่มาจากความยากลำบากในการขยายเส้นทาง และสภาวะแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูง รวมถึงความท้าทายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจากวิกฤตการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 (COVID-19) ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง

ด้วยเหตุนี้ สายการบินสกู๊ตจึงไม่เห็นหนทางในการฟื้นฟูและการเติบโตที่ยั่งยืนของสายการบินนกสกู๊ต สายการบินสกู๊ตได้พิจารณาทางเลือกอื่น ๆ ที่เป็นไปได้ ด้วยการเสนอขายหุ้น 49% ในสายการบินนกสกู๊ตให้กับสายการบินนกแอร์ด้วยมูลค่ารวมที่ 1 บาท แต่ข้อเสนอนี้ไม่ได้รับความเห็นชอบ

เราจึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งหลังจากที่ได้มีการตัดสินใจร่วมกันแล้วว่า เราขอยุติกิจการสายการบินนกสกู๊ต สายการบินสกู๊ตรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากที่ผู้เดินทางและลูกค้าชาวไทยทุกท่านให้การสนับสนุนแก่สายการบินนกสกู๊ตมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557

ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับกลุ่มบรรษัทสิงคโปร์แอร์ไลน์ สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ซิลค์แอร์ และสกู๊ตมุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าในประเทศไทยต่อไปด้วยการดำเนินงานที่มีอยู่

อนึ่ง สายการบินสกู๊ตเป็นสายการบินราคาประหยัดในกลุ่มบรรษัทสิงคโปร์แอร์ไลน์ สายการบินสกู๊ตเริ่มให้บริการครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 และควบรวมกิจการเข้ากับไทเกอร์แอร์สิงคโปร์ (Tigerair Singapore) ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 โดยยังคงใช้ชื่อแบรนด์ว่าสกู๊ต เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตต่อไปข้างหน้า

สายการบินสกู๊ตนำผู้โดยสารกว่า 65 ล้านคนไปสู่จุดหมายที่ต่างๆ สำหรับฝูงบินของสายการบินสกู๊ต ประกอบไปด้วยเครื่องบินโดยสารลำตัวกว้างโบอิ้งรุ่น 787 ดรีมไลเนอร์ 20 ลำ และเครื่องบินตระกูลแอร์บัส เอ320 รุ่นใหม่ที่อายุการใช้งานยังไม่มากอีก 25 ลำ ทั้งยังมีโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์อีก 5 ลำ และแอร์บัส เอ320นีโอ อีก 30 ลำ และเอ321นีโอ อีก 16 ลำที่กำลังอยู่ระหว่างการสั่งซื้อ

ในปัจจุบันสายการบินสกู๊ตให้บริการเที่ยวบินไปยัง 66 เมืองปลายทางใน 16 ประเทศและเขตการปกครอง กับอีก 6 จุดหมายปลายทางใหม่จากอินโดนีเซียที่จะเปิดให้บริการในช่วงครึ่งหลังของปีพ.ศ. 2563

ลักษณะธุรกิจของ NOK
ธุรกิจสายการบิน

ขอบคุณที่มา – ryt9

ข่าวหุ้นสดใหม่ อัพเดตทุกวันที่นี่ tradestock24 ข่าวหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ข่าวเศรษฐกิจ

Recent Articles

หุ้นไทยวันที่ 25 กันยายน ดัชนี 1,254 จุด เปิดตลาด +6.37 จุด

หุ้นไทยวันที่ 25 กันยายน ดัชนี SET Index เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,253.83 จุด ปรับขึ้น +6.37 จุด หรือคิดเป็น +0.51% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 2,338 ล้านบาท เมื่อเวลา 10:01:36 น. ดัชนี SET50 ล่าสุดปรับขึ้น +4.89...

หุ้นนอนแบงก์ ในวันที่ SCB เขย่าตลาด!

หุ้นนอนแบงก์ (Non-Bank) กอดคอร่วงยกแผง หลัง SCB ประกาศรุกสินเชื่อรายย่อย ขณะที่โบรกฯหวั่นตลาดแข่งเดือดขึ้น ฉุดสินเชื่อโตต่ำกว่าคาด แต่มองการมาของ SCB ยังไม่ส่งผลกระทบช่วง 1-2 ปีนี้ ชี้เป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นสินเชื่อ หลังราคาหุ้นร่วงยกแผงจากความกังวลดังกล่าว คาดงบปลายปีฟื้น - กำไรปี 65 ยังโตแจ่ม! SCB รุกสินเชื่อฉุด หุ้นนอนแบงก์ ร่วงยกแผง กลายเป็นกระแสข่าวร้อนแรงขึ้นมาทันที หลังธนาคารไทยพาณิชย์...

KCE พุ่งแรงสวน SET

KCE พุ่งแรงสวน SET ปิดลบ 10.55 จุดอ่อนดันกำไรสู่จุดพีค KCE ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 8.28% สวนทาง SET ปิดลบ 10.55 จุด คาดรับปัจจัยหนุนบาทอ่อน – ต้นทุนวัตถุดิบลดลง ด้านโบรกฯ ประเมินกำไรโค้งสามยังโตแรงไม่เลิก เหตุธุรกิจเข้าไฮซีซั่น บาทอ่อนช่วยหนุน ส่วนจุดพีค รออยู่ไตรมาสสุดท้ายของปี กูรูเลือกเป็น Top...

BCH จุดพีคใกล้มาถึง

BCH ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.65% คาดรับปัจจัยหนุน BCH ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.65% คาดรับปัจจัยหนุน จ่อรับมอบวัคซีนโมเดอร์นา ต.ค.นี้ ขณะที่โบรกฯ ประเมินกำไร Q3/64 ที่ 1.8 - 2 พันลบ. เป็นจุดพีคของปีนี้ ก่อนไตรมาสสุดท้ายกำไรเริ่มหดตัว หลังโควิดเริ่มคลี่คลาย ฉุดยอดบริการลดลง คาดกำไรปี 65 กลับสู่ภาวะปกติราว...

ภาพเศรษฐกิจ และมุมการลงทุน ปลายปี 2021

เรากำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 จะขอฉาย ภาพเศรษฐกิจ ของภูมิภาคหลักของโลกและมุมมองการลงทุนโดยรวม เรากำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 บทความนี้ จะขอฉายภาพเศรษฐกิจของภูมิภาคหลักของโลกและมุมมองการลงทุนโดยรวม ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ดังนี้ ความเป็นไปของฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว (DM): ธนาคารกลางสหรัฐ: เฟดมีแนวโน้มจะเริ่มลดการซื้อพันธบัตรหรือทำ QE Taper ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งถือว่าเร็วกว่าคาดเล็กน้อย โดยที่น่าจะใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือนจนสิ้นสุด QE ของรอบนี้ ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 3...

Related Stories

Leave A Reply

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay on op - Ge the daily news in your inbox