SICT เข้าตลาด MAI วันพรุ่งนี้ เปิดราคา IPO 14.66 เท่า

SICT

บมจ. ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 30 ก.ค. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 552 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “SICT”

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บมจ. ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน mai ภายใต้กลุ่มเทคโนโลยี โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “SICT” ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2563

SICT ประกอบธุรกิจออกแบบ วิจัยและพัฒนาวงจรรวม (Integrated Circuit Design) หรือไมโครชิพ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์ระบบระบุข้อมูลของวัตถุที่ขึ้นทะเบียนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Identification: RFID) และว่าจ้างผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า “SIC” ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาชนจีน และสหรัฐอเมริกา

สินค้าของบริษัทแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. ไมโครชิพสำหรับระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (Immobilizer) 2. ไมโครชิพสำหรับระบบลงทะเบียนสัตว์ (Animal Tag) 3. ไมโครชิพสำหรับระบบเข้า-ออกสถานที่ (Access Control) และระบบการอ่านข้อมูล (Interrogator) และ 4. สินค้าและบริการอื่น ๆ เช่น ไมโครชิพสำหรับระบบฉลากอัจฉริยะ (Smart Label) ไมโครชิพสำหรับตรวจวัดค่าเซ็นเซอร์ต่าง ๆ (Smart Sensor) รวมถึงการให้บริการหรือจำหน่ายอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

SICT มีทุนชำระแล้ว 200 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 300 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 100 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 21–23 กรกฎาคม 2563 โดยแบ่งเป็น เสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ไม่เกิน 75 ล้านหุ้น กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทไม่เกิน 20.35 ล้านหุ้น และผู้มีอุปการะคุณของบริษัทไม่เกิน 4.65 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.38 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 138 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 552 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 14.66 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการของบริษัทในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (1 เมษายน 2562-31 มีนาคม 2563) เท่ากับ 37.66 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.09 บาท โดยมีบริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล. ไอร่า เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

นายมานพ ธรรมสิริอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี (SICT) เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปี มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนาไมโครชิพสำหรับระบบ RFID ที่มีประสิทธิภาพ

บริษัทเป็นผู้ประกอบการไทยรายแรกและรายเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์วงจรรวมเต็มรูปแบบ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของคู่ค้า โดยสินค้าของบริษัทได้รับการยอมรับและส่งออกเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตสินค้าในระบบ RFID ชั้นนำทั่วโลก

การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทมีเงินทุนที่แข็งแกร่งโดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนในเครื่องมือ อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบ และทดสอบไมโครชิพ รวมถึงลงทุนทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร ลงทุนหรือร่วมลงทุนในบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจด้านการออกแบบ และพัฒนาวงจรรวม หรือมีนวัตกรรมที่ส่งเสริมการประกอบธุรกิจของบริษัท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

SICT มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO 3 อันดับแรก ได้แก่ นายมานพ ธรรมสิริอนันต์ ถือหุ้น 29.54% นายอภิเนตร อูนากูล ถือหุ้น 16.67% และกลุ่มนายนัยวุฒิ วงษ์โคเมท ถือหุ้น 10.93% บริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ภายหลังจากหักเงินทุนสำรองต่าง ๆ ตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสารอื่นๆเพิ่มเติม museodelaire

Recent Articles

เปิดตัว OnePlus 9 และ 9 Pro ที่จับมือพัฒนากล้องกับ Hasselblad

เปิดตัว OnePlus 9 และ 9 Pro ที่จับมือพัฒนากล้องกับ Hasselblad พร้อมจอ 120Hz และ อัปเกรดระบบชาร์จไฟ ในที่สุด OnePlus ได้เปิดตัว OnePlus 9 Series อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีการร่วมการพัฒนากับ Hasselblad ในเรื่องของกล้องเป็นระยะเวลา 3 ปี มีมูลค่ากว่า 150 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ...

สถานะของ 5G กับอนาคตการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทย

ทุกวันนี้ 5G กำลังรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีผู้ให้บริการเครือข่ายเริ่มได้รับผลตอบแทนจากการเปิดให้บริการเครือข่ายสัญญาณ 5G ช่วงแรกแล้ว จากสถิติที่หัวเว่ยเปิดเผยในงาน Mobile World Congress 2021 จัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าฐานผู้ใช้ 5G และจำนวนอุปกรณ์ 5G ที่ใช้งานเชิงพาณิชย์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา จวบจนกระทั่งสิ้นปี พ.ศ....

Volvo C40 Recharge 2021 ใหม่ คูเป้เอสยูวีขุมพลังไฟฟ้าเปิดตัวแล้ว

Volvo C40 Recharge 2021 ใหม่ คูเป้เอสยูวีขุมพลังไฟฟ้าล้วนเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่กำลังสูงสุด 402 แรงม้า สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง      Volvo C40 Recharge 2021 ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์ม CMA เช่นเดียวกับ XC40 แต่จะมีเฉพาะขุมพลังขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนเท่านั้น โดยเส้นสายด้านหน้ามีลักษณ์คล้ายคลึงกับ...

ขายรถยนต์ไม่ผ่านนายหน้า

ขายรถยนต์ไม่ผ่านนายหน้า การขายรถจัดเป็นการขายสินค้าชิ้นใหญ่ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง การจะขายรถออกได้นั้นจึงต้องอาศัยทั้งส่วนของระยะเวลาและส่วนของราคาขายที่ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อพึงพอใจตรงกัน ด้วยเหตุนี้ผู้ขายบางรายจึงได้ตัดส่วนของความยุ่งยากดังกล่าวนี้ออกแล้วหันมาใช้บริการส่วนของนายหน้าในการขายรถมือสองแทน แต่เมื่อผู้ขายตัดสินใจขายรถโดยผ่านนายหน้าก็จะพบว่าได้ราคาขายที่ค่อนข้างต่ำ รวมถึงต้องหักเปอร์เซ็นราคาที่ขายได้ให้แก่ทางนายหน้าเป็นมูลค่าไม่น้อยกันเลยทีเดียว จึงมีผู้ขายอีกหลาย ๆ ท่านที่ไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้และอยากได้เงินจากการขายรถกันแบบเต็ม ๆ จึงเป็นที่มาของความต้องการขายรถโดยไม่ผ่ายนายหน้า และสำหรับบทความนี้เราขอพาทุกท่านในฐานะผู้ขายไปทำการขายรถโดยไม่ผ่านนายหน้ากัน เราไปอ่านพร้อม ๆ กันเลยว่าสามารถทำกันได้อย่างไรบ้าง   ข้อดีของการขายรถยนต์ไม่ผ่านนายหน้า 1.ได้ราคาที่ผู้ขายพึงพอใจ ในส่วนนี้นับเป็นข้อดีที่เหล่าผู้ขายจะได้ตั้งราคาเองและได้ราคาที่ตนเองพึงพอใจ 2.มีความยืดหยุ่นในส่วนของเวลา เพราะเมื่อเราขายรถไม่ผ่านนายหน้า ผู้ขายและผู้ซื้อจะเป็นผู้นัดแนะวันเวลาสถานที่ในการดูรถหรือการรับรถกันเพียงสองฝ่ายเท่านั้น จึงช่วยเพิ่มความสะดวกและคล่องตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก 3.ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของค่านายหน้า ส่วนนี้ก็จะกลับมาเป็นกำไรอย่างมหาศาลให้แก่ผู้ขายด้วย การเตรียมความพร้อมในการขายรถยนต์ไม่ผ่านนายหน้า   1.การเตรียมความพร้อมของรถ เมื่อผู้ขายตัดสินใจขายรถโดยไม่ผ่านนายหน้าแล้วนั้น ในส่วนของการเตรียมความพร้อมของรถผู้ขายจึงต้องเป็นผู้เตรียมและผู้ตรวจสอบเอง ในส่วนนี้ก็มีทั้งส่วนของตัวรถภายนอกอันได้แก่ สี หรือ...

7UP บวกอีก 5% นิวไฮรอบ 13 เดือน รับแผนลุยธุรกิจสาธารณูปโภค-ลุ้นกำไรปี 63 โตเด่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP ณ เวลา 11.29 น. อยู่ที่ระดับ 0.56 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 5.66% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 83.42...

Related Stories

Leave A Reply

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay on op - Ge the daily news in your inbox